ทัวร์บ้านอีต่อง สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ประเทศพม่า 2 วัน 1 คืน

ทัวร์ไทย,แพคเกจทัวร์ไทย,ทัวร์บ้านอีต่อง สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี  ประเทศพม่า 2 วัน 1 คืน
ประเทศ :
ทัวร์ไทย
วันที่เดินทาง :
ติดต่อ Agent โดยตรง
จองล่วงหน้า :
3 วัน
คนที่สนใจ :
3,968

ทัวร์บ้านอีต่อง สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ประเทศพม่า 2 วัน 1 คืน

รายละเอียดการเดินทาง :
วันแรก กรุงเทพฯ – จ.กาญจนบุรี

22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ปั๊ม ปตท. วิภาวดี ตรงข้าม ม.หอการค้า โดยมีทีมงานบริการในเรื่องกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นออกเดินทางด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

วันสอง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ–บ้านอีต่อง –ชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก-เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น - ชิมเค้กอร่อยที่เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น-เนินเสาธง ไทย พม่า-อิ่มอร่อยกับเมนูปูทะเล สดๆ บนเขา (มีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น ต้องสั่งล่วงหน้า)

05.00 น. อรุณสวัสดิ์ ณ บ้านอีต่อง อิสระทำภารกิจส่วนตัว แล้วเดินทางสำรวจความสวยงามยามเช้า สัมผัสอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา อิสระเก็บภาพ ชมวิวบริเวณหมู่บ้านตามอัธยาศัย

07.00 น. บริการอาหารเช้า (1) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางด้วยรถ 4X4 เที่ยวชมทะเลหมอกที่เนินช้างศึก ฐานปฏิบัติการช้างศึก ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 135 หากเรามองจากจุดนี้จะเห็นบรรยากาศโดยรอบหมู่บ้านอีต่อง รวมไปถึงที่พักต่างๆ ของบ้านอีต่องด้วย จากนั้นนำท่านไปสนุกสนานกับการเล่นน้ำที่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น สมควรแก่เวลาพาท่าน ชิมเค้กอร่อยที่เหมืองสมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น พาท่านย้อนอดีต ปิล๊อก ไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ ทหารอังกฤษ คำเล่าลือนี้ทำให้ กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจ แล้วพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุก และวุลแฟรมอยู่มากมาย ทั้งยังมีแร่อื่นอีกมากมายอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับสายแร่ดีบุกต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ ได้เปิด “เหมืองปิล๊อก” ขึ้นเป็น แห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก จากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นได้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับกรรมกรพม่า เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ ไปขายให้อังกฤษ แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงเกิดการปะทะกันทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก ในอดีตชาวบ้านเรียกว่า "เหมืองผีหลอก" ต่อมาเพี้ยนเป็น "ปิล๊อก" ซึ่งกลายเป็นชื่อ เหมืองแร่และตำบลในเวลาต่อมา หลังจากนั้นได้มีเหมืองแร่อื่นๆ ทยอยเปิดอีกมากมาย ราว 50-60 เหมือง โดยผู้คนพากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แถบนี้แบบเหมารวมว่า “เหมืองปิล๊อก” ดินแดนแห่งนี้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของบรรดานายเหมืองทั้งหลาย เหมืองแร่จึง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมากเนื่องเป็นเวลาหลาย 10 ปี จากนั้นนำท่านชมวิวที่ เนินเสาธง ไทย-พม่า เป็นพื้นที่ยอดเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า โดยที่ทางการทหารไทย ได้จัดตั้งเสาธงพร้อมติดธงชาติไทยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่นี้เป็นจุดพรมแดนระหว่างประเทศไทย กับประเทศสหภาพพม่า ทางการทหารไทยจึงได้ให้ชื่อพื้นที่แห่งนี้ว่า “เนินเสาธง”

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน (2) ณ ร้านอาหารในหมู่บ้านอีต่อง หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ อ.สังขละบุรี

16.00 น. เดินทางถึง อ.สังขละบุรี นำท่านเดินทางสู่ วัดวังวิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตมะ) ไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางต่อไปยัง เจดีย์พุทธคยา เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ชม และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก

17.00 น. นำท่านเข้าที่พัก Check in ณ รีสอร์ทริมน้ำแสนสวย อิสระพักผ่อน และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำตามอัธยาศัย พักที่ สวนแมกไม้ รีสอร์ท หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

17.30 น. แดดร่มลมเย็น นำท่านล่องเรือชมโบสถ์ และหอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) ซึ่งท่านสามารถสัมผัสได้ถึงความเจริญรุ่งเรือง และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้น และต้องถูกทิ้งล้างให้จมน้ำมากว่ายี่สิบปี เก็บภาพความประทับใจพอสมควรแล้วนั่งเรือกลับ เพื่อเดินทางไปที่สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) ให้ท่านชิมกาแฟสดของคนเมืองกาญฯ และบันทึกความทรงจำด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน ณ.จุดต่างๆ ตามต้องการ หลังจากนั้นรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย

18.30 น. บริการอาหารเย็น (3) ณ ร้านอาหารของรีสอร์ทที่พัก ท่ามกลางความสวยงามยามราตรีของชุมชนชาวมอญ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย สมควรแก่เวลาเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง ด่านเจดีย์สามองค์–วัดเสาร้อยต้น-เจดีย์ทอง-ตลาดพญาตองซู-สะพานข้ามแม่น้ำแคว–วัดถ้ำเสือ–กรุงเทพฯ

05.30 น. อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้า ทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว นำท่านไปร่วมทำบุญใส่บาตร กับชาวบ้านชาวมอญ เสร็จแล้วพาท่านเดินเที่ยวชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ แบบฉบับชาวมอญ อิสระเก็บภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับที่พัก

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า (4) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ทที่พัก หลังอาหารเก็บสัมภาระ พร้อม Check out เพื่อนำท่านเดินทางไปยัง ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-พม่า ดำเนินการเรื่องเอกสารผ่านแดน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ประเทศพม่า นำท่านสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธไม่ควรพลาด ณ วัดเสาร้อยต้น ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณ 5 กม. ในเขตประเทศพม่า เป็นวัดเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะ ท่านเคยมาจำพรรษาและสร้างไว้ โดยจุดเด่นของสถาปัตยกรรมอยู่เสาที่ทำจากไม้แดง นับร้อยต้น ทำให้วัดมีชื่อเสียง วัดมีทั้งหมด 3 ชั้น และชั้นบนสุดนั้นห้ามผู้หญิงขึ้น บริเวณด้านหลังวัด มีพระพุทธรูปประทับบนดอกบัว พร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูป ที่ตั้งแถวทอดยาวไปยังภูเขา โดยทางเจ้าอาวาสวัดเสาร้อย ตั้งใจจะสร้างพระพุทธรูปให้ครบ 500 รูป จากนั้นนำท่านชม วัดเจดีย์ทอง หรือวัดทองคำ ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ห่างจากวัดเสาร้อยต้น สามารถขับรถขึ้นไปถึงบริเวณเจดีย์ได้ องค์เจดีย์มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีทองอร่าม ฐานทรงเหลี่ยม ด้านบนทรงระฆัง รูปทรงคล้ายกับเจดีย์ชเวดากอง รอบองค์เจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพม่า จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองพญาตองซู และฝั่งไทย ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึกตามจุดต่างๆ พอสมควร สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางต่อไปยัง ตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดน ที่มีสินค้าของพม่าจำหน่าย ให้เวลาช้อปปิ้งตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ

13.00 น. บริการอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหาร อ.ทองผาภูมิ หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ ตัวเมืองกาญจนบุรี

15.30 น. เดินทางถึง ตัวเมืองกาญจนบุรี นำท่านเที่ยวชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อิสระช้อปปิ้งของฝาก อาทิ อัญมณีที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี คือ ไพลินและนิล หาซื้อได้ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีสินค้าจากพม่าจำพวกเครื่องประดับ เครื่องแก้ว พลอยสี ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ฯลฯ สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางไปยัง วัดถ้ำเสือ เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ และชมความใหญ่โตกว้างขวางของวัด พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ เมื่อเดินทางมาถึงด้านบนก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี สวยงามน่าประทับใจ

17.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 2 ทุ่มโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
************************************
**หมายเหตุ :โปรแกรมและราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทางบริษัทจะถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

ค่าใช้จ่ายเพียง 4,500 บาท/ท่าน

รวม
1. ค่า รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ พร้อมน้ำมันและคนขับ
2. ค่าอาหาร 5 มื้อ พร้อมเครื่องดื่มและของว่าง
3. ค่าที่พัก 1 คืน (รีสอร์ท ห้องละ 2-3 ท่าน ห้องน้ำในตัว แอร์ ทีวี น้ำอุ่น)
4. ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
5. ค่าบริการนำเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์ตลอดการเดินทาง
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินประกัน ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง
โทร. 02-7333598
มือถือ. 080-6887563
ID LINE : immissjoy"